น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

  
  ที่อยู่ 123/1 หมู่ 6 ตำบลปากแพรก

อำเภอบางสะพานน้อย

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โทร.089-7858613

โดยกลุ่ม 100 พันมะพร้าวไทย

e-mail: fone2500@gmail.com
[ วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม 2554 เวลา 14:39 น. ]

ควรรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์ คุณค่าของนำ้มันมะพร้าว
และหันมาใช้นำ้มันมะพร้าวในการอุปโภค บริโภค
bangkok [ วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม 2555 เวลา 13:22 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 1

ช่วงนี้มะพร้าวราคาถูกภาครัฐควรส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักการแบรรูปมะพร้าวเพื่อเพิมมูลค่า เช่นนำ้นันมะพร้าวสกัดเย็น
bangsapan [ วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม 2555 เวลา 15:28 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 2

มะพร้าว จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีกำลังการผลิตเป็นอันดับ 6 ของโลก รองลงมาจากประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ อินเดีย บราซิลและศรีลังกา ตามลำดับ เนื้อมะพร้าว สามารถนำมาคั้นเอาน้ำกะทิประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลายชนิด นอกจากนั้นยังสามารถนำมาทำอุตสาหกรรมน้ำมันมะพร้าว อุตสาหกรรมกะทิเข้มข้น มะพร้าวขูดแห้ง น้ำตาลมะพร้าว และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เส้นใย ในปัจจุบันนิยมนำมะพร้าวมาแปรรูปเป็น “ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นทั้งอาหารและยา กล่าวคือ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งประกอบด้วยอาหารประเภทไขมัน เส้นใยอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเครต และแร่ธาตุรอง เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส รวมทั้งวิตามิน จึงสามารถนำมาประกอบอาหารใช้เป็นน้ำมันทอด และน้ำมันปรุงอาหาร นอกจากนี้ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ยังสามารถใช้เป็นยาและสมุนไพรในการรักษาอาการเจ็บป่วย รักษาแผลเรื้อรัง และใช้สมานแผล อีกทั้งยังสารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่อาบน้ำและเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางช่วยให้ความชุมชื้นแก่ผิวหนังและช่วยในการผ่อนคลายได้
fone [ วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2555 เวลา 13:07 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 3

ช่วยกันอุดหนุนสินค้าชุมชนกันดีกว่า
ของเขาดีจริง ๆ
Tanit [ วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2555 เวลา 13:11 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 4

ทางกลุ่มมีน้ำมันสกัดเย็น จำหน่ายในราคาปลีก ราคาส่ง ไว้บริการ ใครสนใจติดต่อได้ที่ 089-7858613
หรือสนใจ ศึกษาดูงาน ติดต่อได้
fone [ วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2555 เวลา 13:14 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 5

ช่วยลดน้ำหนัก : การบริโภคน้ำมันมะพร้าว นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังสามารถลดความอ้วนจากผลของการเกิดความร้อนสูงในร่างกาย โดยการไปนำไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ออกมาใช้เป็นพลังงาน ดังนั้นน้ำมันมะพร้าวจึงช่วยลดความอ้วนได้ จนมีคำที่ว่า “Eat Fat – Look Thin”
กรดลอริกและโมโนลอริก
น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริก (lauric acid) อยู่ประมาณ 50 % กรดนี้ มีส่วนที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวดีเด่นกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ เพราะมีความสามารถพิเศษ คือ
สร้างภูมิคุ้มกัน : เมื่อเราบริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าไปในร่างกาย กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะเปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ (monoglyceride) ที่มีชื่อว่า โมโนลอริน (monolaurin) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่อยู่ในน้ำนมมารดา ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารกในระยะ 6 เดือนแรก ที่ร่างกายยังไม่สร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค
ฆ่าเชื้อโรค : โมโนลอรินเป็นสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคทุกชนิด ที่ดีกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัว และไวรัส ไวรัสบางชนิด ที่ยาปฏิชีวนะทั่วไป ทำลายไม่ได้เนื่องจากมีเกราะที่เป็นไขมันห่อหุ้ม (lipid-coated membrane) แต่เกราะนี้ก็จะถูกละลายโดยน้ำมันมะพร้าวเพื่อเปิดโอกาสให้โมโนลอรินเข้าไปฆ่าเชื้อโรค สารปฏิชีวนะในน้ำมันมะพร้าวไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ และจะถูกสร้างขึ้นในร่างกายของมนุษย์เมื่อบริโภคอาหารที่มีกรดลอริก อีกทั้งไม่เป็นอันตรายต่อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้
กรดคาปริกและโมโนคาปริน
แม้ว่าจะมีอยู่เพียง 6-7 % แต่กรดคาปริก (capric acid) ก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพของโมโนลอริน โดยการเปลี่ยนเป็นสารโมโนคาปริน (monocaprin) เมื่อน้ำมันมะพร้าวถูกบริโภคเข้าไปในร่างกาย ซึ่งมีฤทธิ์เช่นเดียวกันกับโมโนลอริน ทั้งนี้ก็เพราะประสิทธิภาพของการทำงานของโมโนลอริน และโมโนคาปรินขึ้นอยู่กับปริมาณที่มีอยู่
วิตามิน
น้ำมันมะพร้าว ที่ผลิตจากมะพร้าวแห้งที่เก็บไว้นาน ๆ จะมีจุลินทรีย์ปนเปื้อน ตลอดจนถูกแสงแดดและความร้อน เมื่อนำไปสกัดน้ำมันมะพร้าวโดยวิธีบหรือ การใช้ตัวทำละลาย จึงสูญเสียคุณสมบัติที่ดี โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้มันไม่หืน และเมื่อถูกนำไปผ่านขบวนการทางเคมี RBD ก่อนที่จะนำไปบริโภคจะสูญเสียวิตามินอีไป แต่ก็ยังเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ ตราบใดที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยขบวนการเติมไฮโดรเจนหรือเติมสารกันเสีย (preservatives) เพื่อรักษาสภาพให้คงทนและไม่หืน แต่น้ำมันมะพร้าวพรหมจรรย์ ซึ่งสกัดได้โดยวิธีหมัก หรือวิธีบีบเย็นไม่ใช้อุณหภูมิสูง และไม่ผ่านขบวนการทางเคมี จะยังคงมีวิตามินอีเหลืออยู่ วิตามินอีในน้ำมันมะพร้าว มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
ต่อต้านอนุมูลอิสระ : วิตามินอี ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) โดยการป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกเติมออกซิเจน และเป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ (free radicals) ซึ่งเกิดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม อาหารและเครื่องดื่ม การสูบบุหรี่ รังสี ความเครียด ฯลฯ โดยปกติร่างกายของมนุษย์มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระคอยทำลายอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่เมื่อบริโภคน้ำมันพืชประเภทไม่อิ่มตัวซึ่งถูกเติมออกซิเจน (oxidized) ได้ง่าย ๆ ตั้งแต่เริ่มสกัด ตลอดจนระหว่างการขนส่ง การวางจำหน่าย และการเก็บรักษาก่อนบริโภค จึงเกิดเป็นอนุมูลอิสระได้ง่าย อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นน่าจะไปลบล้างประสิทธิภาพ (neutralize) ของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดผลเสียแก่เซลล์และเนื้อเยื่อ เนื่องจากอนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่เปลี่ยนสภาพโดยสูญเสียอีเล็กตรอน (electron) จึงไปจับกับโมเลกุลที่อยู่ใกล้เคียงต่อไปเรื่อย ๆ เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ เป็นผลทำให้เซลล์ผิดปกติไป เช่น เยื่อบุเซลล์ฉีกขาด เปลี่ยนสารพันธุกรรมใน นิวเครียส เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อม (degenerative diseases) เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง ไขข้ออักเสบ เบาหวาน โรคภูมิแพ้ ชราภาพก่อนวัย เป็นต้น
สารโทโคไทรอีนอล (tocotrienol) วิตามินอีในน้ำมันมะพร้าว มีสารโทโคไทรอีนอล ซึ่งเป็นรูปของวิตามินอีที่มีอานุภาพสูงกว่าสารโทโคเฟอรอล (tocopherol) ซึ่งอยู่ในวิตามินอีทั่วไป โดยเฉพาะที่มีอยู่ในเครื่องสำอางรักษาผิวถึง 40-60 เท่า ด้วยเหตุนี้น้ำมันมะพร้าวจึงต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ
fone [ วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2555 เวลา 13:18 น. ] ความคิดเห็นคนที่ 6

Warning: fopen(./data/5.dat): failed to open stream: Permission denied in /home/pakpraksao/domains/pakprak-sao.go.th/public_html/otop/view.php on line 104 Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/pakpraksao/domains/pakprak-sao.go.th/public_html/otop/view.php on line 105 Warning: fputs() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/pakpraksao/domains/pakprak-sao.go.th/public_html/otop/view.php on line 106 Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/pakpraksao/domains/pakprak-sao.go.th/public_html/otop/view.php on line 107 Warning: fclose() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/pakpraksao/domains/pakprak-sao.go.th/public_html/otop/view.php on line 108
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น
รหัสส่งข้อมูล
 
โดย
E-mail
แทรกลิงค์ URL ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ